^Back To Top

foto1 foto2 foto3 foto4 foto5


โรงสีสวัสดิ์ไพบูลย์

โรงสีทีเอสพีไรซ์

หจก.สวัสดิ์ไพบูลย์การเกษตร

บริษัทคลังสวัสดิ์ไพบูลย์ จำกัด

Sawatpaiboon Rice Mill Co.,Ltd.

Get Adobe Flash player

7 ก.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงาน พื้นที่ได้รับผลประทบภัยแล้งที่ ม. 2 ต.ชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี และได้รับผลกระทบจากการสูบน้ำจนต้องมีการแบ่งเวลาในการสูบน้ำกัน โดยเริ่มจากหมู่ที่ 1 จนถึงหมู่ที่ 4 ในตำบลเดียวกัน จากการสำรวจ พบว่า เกษตรกรในหมู่ที่ 2 ต.ชายนา มีการตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 7 เครื่องเพื่อสูบน้ำจากคลองส่งน้ำที่รับน้ำมาจากคลองสาม  ปรากฏว่าน้ำในคลองส่งน้ำกำลังแห้งลงจนเห็นดินโคลน นายอนุรักษ์ ดีสวัสดิ์ อายุ 53 ปี เกษตรกรทีมาเฝ้าเครื่องสูบน้ำเปิดเผยว่า จากการที่มีการแบ่งเวลาในการสูบน้ำหมู่บ้านละ 3 วัน 3 คืน ตั้งแต่หมู่ที่ 1 เรื่อยมาจนถึงหมู่ที่ 4 ปรากฏว่าพวกตนเพิ่งสูบน้ำไปได้เพียง 2 วัน 2 คืน น้ำในคลองแห้งแล้ว ไม่สามารถที่จะสูบน้ำได้แล้ว แม้ว่ายังมีเวลาเหลืออยู่อีก 1 วันทำให้ข้าวในนาเกือบ 2 พันไร่ในพื้นที่อาจจะยืนตายได้ 
นอกจากนี้ในหมู่ที่เหลือคือหมู่ 3 หมู่ 4 ก็จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำได้ ในส่วนของการสูบน้ำนั้น ชาวบ้านได้ออกค่าน้ำมันกันเอง โดยเฉลี่ยใช้น้ำมันวันละ 10 ลิตรต่อเครื่องต่อวัน สูบกันทั้งวันทั้งคืน หลังจากนี้ไปก็คงต้องรอฝน หรือรอการช่วยเหลือระบายน้ำจากชลประทาน แต่ก็มีความหวังในช่วงสัปดาห์นี้น้อยมาก นายสมศักดิ์ เกตุจำนงค์  ผอ.สำนักชลประทานที่ 11 ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบสภาพการซ่อมแซมถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ที่ได้รับความเสียหาย กล่าวถึงกรณีการที่เกษตรกรสูบน้ำขึ้นมาจนแห้งคลองนั้น จะส่งผลกระทบกับสภาพของถนนที่อยู่ริมคันคลองชลประทานอย่างแน่นอน เนื่องจากดินฐานล่างจะแห้งแล้วทรุดตัวลงเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ถนนสายลาดบังหลวง-ไม้ตรา แต่ก็ไม่สามารถที่จะห้ามได้ เนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกไปแล้ว ก็ต้องการน้ำที่จะเข้านา เพราะถ้าข้าวตายก็คงจะเสียหายมาก และที่สำคัญตอนนี้น้ำหมดคลองชลประทานเองก็ยังไม่ทราบว่าจะไประบายน้ำมาได้อย่างไร 
ด้านนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปที่กระทรวงมหาดไทยไป พบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวง และทราบว่าการแก้ปัญหาไม่ได้แก้ไขเพียงจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ทางกระทรวงอยากให้แต่ละจังหวัดไปช่วยกันคิด หามาตรการแนวทางใดที่เราจะเป็นการแก้ปัญหาร่วมกันทำหลายจังหวัด เพราะน้ำไม่มีเส้นแบ่งแยก มันมาทั้งลุ่มน้ำ วันพุธนี้ ผวจ. 6 จังหวัดภาคกลางจะไปที่ชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท  เป็นการหารือเรื่องการบริหารจัดการนัด คือข้างล่างไม่รู้ว่าปล่อยน้ำแค่ไหน การสื่อสารไม่ถึงข้างล่าง ทุกจังหวัดต้องหารือเพื่อรู้ข้อเท็จจริง ในการวางแผนแก้ไขปัญหาการจัดสรรน้ำ ถ้าข้างบนน้อยจริง ก็จะดูว่าจะต้องแก้สถานการณ์อย่างไร ไม่ว่าต้องขุดบ่อบาดาลหรือแหล่งน้ำแกล้มลิง ส่วนเกษตรกรที่มีการสูบน้ำตอนนี้ก็ต้องให้ทางท้องถิ่นเข้าไปช่วยดูแลอีกทาง
 
สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง ม 2 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งทรุดเสียหาย ล่าสุดนายอภิชาต เปิดเผยว่าได้ประสานไปยังกรมทางหลวงชนบท ให้เข้ามาดำเนินการซ่อมแซมแล้วเริ่มตั้งแต่บ่ายวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดจะแล้วเสร็จภายใน 5 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ก่อน จากนั้นจะไปดำเนินการซ่อมที่ถนนสายเดียวกัน ม 1 ต.คลองพระยาบันลือ โดยขณะนี้ไม่มีรายงานความเสียหายเพิ่มเติม และไม่มีการทรุดตัวของจุดอื่น 
 
โดยได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ตำบล สำรวจและเฝ้าระวัง กรณีมีรอยร้าวรีบแจ้งทางจังหวัดฯ เพื่อประสานกรมทางหลวงชนบทในการป้องกันต่อไป

ที่มา : แนวหน้า